ชอบไปแต่สะเดาะเคราะห์

ผมเป็นคนชอบอ่านหนังสือมาก ผมอ่านหนังสือ ที่ไม่ใช่หนังสือเรียนมาตั้งแต่ประมาณ ป. 4 ที่พูดนี่ ไม่ใช่หนังสืออ่านประกอบการเรียนอย่างที่มีในปัจจุบัน  ในยุคที่ผมเรียนประถมศึกษา ไม่มีหนังสือแบบนี้

ที่ตลาดบรมธาตุ ที่ผมเติบโตมา เขามีกิจกรรมที่ดีมากอย่างหนึ่งคือ จะมีกลุ่มบุคคลช่วยกันซื้อหนังสือพวกนิตยสาร เช่น บางกอก เดลิเมล์ สกุลไทย ฯลฯ เป็นต้น คนละ 1 เล่ม 

กลุ่มนี้ มีประมาณ 6-7 คน แม่ผมอยู่ในนั้นด้วย หนังสือนิตยสารดังกล่าวออกเป็นรายสัปดาห์ เมื่อหนังสืออกมาใหม่ๆ ผู้ใหญ่เขาจะเวียนอ่านกันก่อน  พอเก่าแล้ว  เด็กๆ อย่างผมก็เอามาอ่าน

การอ่านหนังสือที่ไม่ใช่หนังสือการ์ตูนตั้งแต่เด็กอย่างผมนี่ มีไม่มากนัก

ก่อนหน้านั้น ตั้งแต่อ่านหนังสือได้ ผมก็ได้อ่านหนังสือการ์ตูน ฝีมือคนไทยมาแล้ว ซึ่งน่าเสียดายมาก หนังสือการ์ตูนรุ่นนั้น ไม่มีแล้วในบัดนี้

หนังสือการ์ตูนดังกล่าว คนไทยเขียนเอง วาดเอง เช่นเรื่อง สิงห์ดำ โกมินทร์กุมาร เป็นต้น มีมากมายหลายเรื่อง แต่จำได้แค่ 2 เรื่อง

ปัจจุบันหนังสือที่ซื้ออ่านเหลือเพียงขายหัวเราะเท่านั้น อย่างอื่นอ่านในคอมฯ หมดแล้ว

2-3 สัปดาห์ที่ผ่านมา มีการ์ตูนของขายหัวเราะภาพหนึ่ง ทำให้ผมฉุกคิด  ก็ภาพด้านล่างนี่แหละ

จะเห็นได้ว่า คนไทยชอบไปสะเดาะเคราะห์ แต่พอชวนไปถือศีลไม่ค่อยมีคนไป  ยิ่งชวนไปปฏิบัติธรรมแล้ว ยิ่งไปกันใหญ่

เราจะแก้ปัญหานี้อย่างไร

การสะเดาะเคราะห์นั้น  พูดกันอย่างเป็นกลาง เคราะห์จะหมดไปจริงๆ หรือเปล่าก็ไม่รู้

คนกลางที่ทำพิธีสะเดาะเคราะห์ให้ ไปว่าจะเป็นพระ เป็นพราหมณ์ เป็นหมอผี เข้าใจเรื่องเคราะห์จริงๆ หรือเปล่าก็ไม่รู้

ส่วนใหญ่ก็ทำกันเป็น “อาชีพ” อย่างหนึ่งเท่านั้น

ตั้งแต่ผมมาทำงานให้ธาตุธรรม โดยเป็นลูกศิษย์ของคุณลุงการุณย์ บุญมานุช ผมไปสอน จัดให้เขาไปสอน จัดการอบรมมานับครั้งไม่ถ้วน

คนที่เข้ามารับการอบรมนั้น บอกตรงๆ เทียบกับสถานที่ที่จัดการ “สะเดาะเคราะห์” ไม่ได้เลย

ประมาณ 4-5 เดือนที่ผ่านมา วัดทางโคราชจัดการสะเดาะเคราะห์กรรมที่เกิดจากการทำแท้งขึ้น  ผมอ่านป้ายแล้ว นึกดูถูกในใจว่า “ใครจะมาวะ”

คิดอย่างผม ถ้าผมเป็นผู้หญิงแล้วเคยไปทำแท้งมา ผมก็อายคนอื่นเขา ไม่อยากจะมาปรากฏตัวในงานพิธีที่เปิดเผยตัวอย่างนั้น

อย่างไรก็ดี  ผมคิดผิดอย่างร้ายแรงเกี่ยวกับงานสะเดาะเคราะห์จากการทำแท้งดังกล่าว เพราะ งานดังกล่าวนั้น มีคนมาร่วมงานวัดแทบแตก 

ดังนั้น ผมจึงเกิดแนวความคิดขึ้นใหม่ จัดการสะเดาะเคราะห์ขึ้น แต่จะใช้วิธี “ปฏิบัติธรรม” แทน  ก็ใช้วิชาธรรมกายนี่แหละ

เพราะลุงเคยสอนว่า “ใครผ่านวิชา 18 กาย กรรมเก่ายกเลิกกัน”

เท่าที่เริ่มเผยแพร่ไป มีแนวตอบรับกันมามาก  ก็ลองอ่านดูก็แล้วกัน ตามบทความด้านล่างนี้


01) ไหว้พระราหู สะเดาะเคราะห์ เสริมดวง
02) นอนโลงศพ 8 สี
03) วิธีแก้ดวงตก
04) สะเดาะเคราะห์เสริมบุญบารมีได้จริงหรือ
05) สะเดาะเคราะห์ เสริมดวง ลดกรรม ด้วยธรรมศักดิ์สิทธิ์
06) พิธีสะเดาะเคราะห์วัดท่าซุง
07) Détente สั่นไปทั้งตัว
08) Détente หนีหายเงียบ
09) นายพยายามหนีบ้าง
10) ดร. มนัสหนีคดี
11) จิตซังกะบ๊วยไปไม่เป็น
12) จิตซังกะบ๊วยหนีตามไป
13) สุบรรณภักดิ์ก็ไปกับเขา





ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น