ปอ ทฤษฎีตายแล้ว – อยู่สวรรค์ชั้น ๑


ตามที่สัญญาไว้ว่า “จะบอกว่า ปอ ทฤษฎีตายแล้วไปไหน”  ตอนนี้ พวกเราใช้วิชาธรรมกายตรวจสอบเรียบร้อยแล้ว จึงเอามาเผยแพร่กัน

ณ ปัจจุบันนี้ ปอ ทฤษฎีอยู่สวรรค์ชั้น ๑  การขึ้นสวรรค์ของปอ ไม่ได้ง่ายอย่างนั้น ต้องมีการช่วยกัน ด้วยวิชาธรรมกายดังนี้

การที่คนจะตายนั้น ขั้วหัวต่อกายทิพย์จะต้องหลุดออกจากกายเนื้อ  แล้ว ใจ-จิต-วิญญาณ ก็จะออกจากฐานที่ 7 มาตามฐานที่ 6-5-4-3-2-1 เมื่อใจ-จิต-วิญญาณออกจากฐานที่ 1 คือ ปากช่องจมูกแล้ว ผู้นั้นก็จะเสียชีวิต

เมื่อ ใจ-จิต-วิญญาณ ออกมาถึงฐานที่ 3 กลางศีรษะ คนไข้ก็จะเหลือกตากลับแล้ว  ถ้าตามสังเกตดูจะเห็นได้ชัดเจน  เมื่อเห็นคนป่วยหรือคนแก่ที่ใกล้ตายมีอาการเหลือกตากลับแบบนี้ รับรองตายทุกคน 

อาการเหลือกตากลับแบบนี้ ดูได้จากเด็กทารกกำลังหลับสนิท กับพวกที่ฝึกวิชาธรรมกายที่กำลังเห็นดวงธรรม กายธรรม ตาจะเหลือกกลับแบบนี้ทุกคน

สำหรับ ปอ ทฤษฎีนั้น  เมื่ออยู่ในโรงพยาบาล วิทยากรของพวกเรา ใช้วิชาธรรมกายตรวจดู พบว่า ขั้วหัวต่อกายทิพย์นั้น ขยับเลื่อนออกมาแล้ว  จึงรู้ว่า “อายุไขของปอ ทฤษฏี” หมดแน่ๆ 

วันที่หมอถอดเครื่องช่วยทั้งหลายออกจากร่างกายของ ปอ ทฤษฎีนั้น  (ช่วงตอนนี้ วิทยากรของเราไปสัมภาษณ์ปอ ทฤษฎีเอง ตอนที่อยู่สวรรค์ชั้น ๑ แล้ว)

ใจ-จิต-วิญญาณ ของปอ ทฤษฎีออกมาก่อนแล้ว  คือ ในทางวิชาธรรมกาย ปอ ทฤษฎีเสียชีวิตแล้ว ณ ช่วงนั้นแล้ว

เมื่อใจ-จิต-วิญญาณ ของปอ ทฤษฎีออกมาก่อนแล้ว ร่างกายจึงไม่ตอบสนองต่อการรักษาใดๆ เครื่องมืออะไร ก็ช่วยไม่ได้

เมื่อหมอถอดเครื่องมือทั้งหมด  ปอ ทฤษฎีก็เสียชีวิตในทางวิทยาศาสตร์

เมื่อปอ ทฤษฎีตายแล้ว  ความที่เป็นดารา ถึงแม้จะสร้างคุณงามความดีเป็นจำนวนมาก แต่บุญเหล่านั้น ไม่สามารถจะทำให้ ปอ ทฤษฎีขึ้นสวรรค์ได้ 

ดวงวิญญาณ-ใจ-จิต ของปอ ทฤษฎี จึงวนเวียนอยู่กับญาติ กับงานศพของตัวเอง ยังไม่ไปไหน ในกรณีนี้ ถ้าเผาศพไปแล้ว  ปอ ทฤษฎีคงจะต้องไปอบายภูมิ

อาชีพดารานั้น ในทางโลกดูเหมือนว่าจะเป็นอาชีพสุจริต ไม่น่าจะก่อให้เกิดปัญญาอะไรในทางบุญ หรือบาป แต่ในความเป็นจริงแล้ว  อาชีพดาราเป็นอาชีพที่ก่อให้คนเกิดกิเลส

บทบาทการแสดงของดารา ไม่ได้ทำให้ใจของคนสงบ แต่จะเกิดกิเลส เพ้อฝันคิดคำนึงตามไป

การทำบุญในทางสังคมของปอ ทฤษฎี ไม่ได้สร้างบุญ-บารมีนักในทางศาสนาพุทธ  บุญ-บารมีจึงไม่เพียงพอที่จะทำให้ปอ ทฤษฎี ขึ้นสวรรค์ได้

ในวันเสาร์ที่ 23 มกราคม 2559  ผมไปในพิธีถวายอาหารทะเล ที่ร้านนภา จังหวัดจันทบุรีกับคุณลุงการุณย์ บุญมานุช

ผมจึงเอารูปของปอ ทฤษฎีให้คุณลุงการุณย์ดู แล้วบอกว่า “ลุงช่วยดูคนนี้ให้หน่อย เขาเป็นดารา เพิ่งตายไป

คุณลุงการุณย์ถามว่า “เขาชื่ออะไร”  ผมก็ตอบว่า “ทฤษฎี สหวงษ์

การที่ต้องถามชื่อพร้อมกับดูรูปภาพนั้น เพราะ เราต้องทำวิชาธรรมกาย แล้วเอากายธรรมพระอรหัตละเอียดไปที่ตีนเขาพระสุเมรุ แล้วก็เรียกชื่อคนตายมา

คนตายไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน เขาก็จะรู้ ก็จะมาพบ 

ที่ต้องดูภาพด้วย เพราะ จะได้รู้จักว่าเป็นใคร ถ้าไม่มีภาพ เดี๋ยวมารมันอาจจะมาแทน เมื่อเราให้บุญ-บารมีมารมันก็จะได้ไปแทน

เมื่อคุณลุงเห็นปอแล้ว ก็บอกพวกเราว่า “ไม่เป็นสุข เพราะไม่เป็นวิชา”  คือ ยังไม่ได้ไปสุคติภูมิ  แล้วลุงก็บอกว่า “ช่วยเลยนะ

ในคนแต่ละคนนั้น จะมีดวงบุญ ดวงบาป ดวงไม่บุญไม่บาปอยู่ทุกคน เมื่อเห็นดวงบุญก็รู้แล้วว่า เขามีบุญบารมีขนาดไหน  ไม่ต้องถามคนตายแล้วก็ได้

โดยปกติ การเอาภาพไปให้คุณลุงดูนั้น  ผมจะต้องบอกให้ลุงช่วยเขาหน่อย แต่คราวนี้ ลุงช่วยเองเลย 

การช่วยของลุงก็คือ สอนวิชาธรรมกายให้เขา คือ ทำให้เขาเป็นวิชาขึ้นมา เมื่อสอนเห็นดวงธรรมปุ๊บ เขาก็จะขึ้นสวรรค์ทันที โดยส่วนใหญ่แล้ว จะอยู่สวรรค์ชั้น ๑

การสอนคนตายง่ายกว่าสอนคนเป็น  คือ สอนไปเขาจะทำตามคำบอกวิชาทันที  ในกรณีของคนเป็นนั้น  บางทีหูได้ยินคำบอกวิชา แต่ใจไปคิดเรื่องอื่น

.....................................

ผมติดตามข่าวขอคุณปอ ทฤษฎีมาพอสมควร เพราะเหตุการณ์คล้ายๆ กับน้องชายของผมที่เสียชีวิตไปแล้ว เมื่อปีที่ผ่านมา

ที่แตกต่างกันก็คือ คุณปอเป็นไข้เลือดออก แต่ต้องชายผมติดเชื้อไวรัสจากสัตว์ปีก

ที่ต้องออกมาเขียนวิพากษ์วิจารณ์ไว้ก็เพื่อ “รำคาญ” ไอ้-อีพวกหมอดู หมอเดาที่ออกมาโหนกระแสของข่าวนี้

ถ้ามันช่วยได้จริง  ผมก็จะยินดีด้วย แต่ที่ออกมาเป็นข่าวนี้ มันมั่วทั้งนั้น

1. ริว จิตสัมผัส

"ถึงแฟนคลับคุณปอ ใครที่ตั้งใจส่งแรงใจ สวดมนต์ให้คุณปอหายไวๆๆๆ ผมขออนุญาตแนะนำ ให้ทุกคนทำเพิ่มอีกหนึ่งอย่าง ไปที่ศาลเจ้าพ่อเสือหรือวัดที่ท่านสะดวก ให้ไปทำบุญเติมน้ำมันตะเกียง ในชื่อคุณปอ

เวลาเติมให้กล่าวดังนี้ (ข้าพเจ้า แจ้งชื่อตัวเอง ขอเติมน้ำมันตะเกียงเพื่อเติมแสงสว่างนำทาง ให้แก่นายปอ-ทฤษฎี ซึ่งป่วยอยู่ในขณะนี้ ได้กลับมาหายดีโดยเร็ววัน ขอคุณพระที่นี่โปรดเมตตานำทาง นายปอทฤษฎี ด้วยเทอญ) ปาฎิหาริย์จะเกิดขึ้นได้ด้วยใจของคนครับ ขอให้คุณปอหายไวๆๆๆ"

ผมอยากจะถามริว จิตสัมผัสเหลือเกินว่า การไปจุดตะเกียง หรือเติมน้ำมันตะเกียงมันจะช่วยคุณปอได้อย่างไร

อย่างนั้น ไปเผาบ้านริว จิตสัมผัสเสียเลย จะไม่ดีกว่าหรือ

2. อ. แบงค์ สเกตช์กรรม หมอสื่อวิญญาณที่คร่ำวอดเรื่องเจ้ากรรมนายเวรมาหลายปี ก็ได้ออกมาแนะแนวทางให้คนเป็นพ่อแม่ หรือญาติสายเลือดเดียวกันช่วยเสริมด้วยบุญ ภาวนาจิตอธิษฐาน และขออโหสิกรรมต่อเจ้ากรรมนายเวรแทนพระเอกหนุ่ม เพราะเห็นเจ้ากรรมนายเวรยืนมองอยู่ไม่ห่าง ก่อนจะอ้างยมบาลบอกว่า ยังให้โอกาสกลับไปใช้ชีวิตตามเดิม เพราะอายุขัยยังไม่หมด

ไอ้นี่ก็บ้าไปอีกแบบ เจ้ากรรมนายเวรมายืนมองอยู่ แล้วยมบาลยังไม่เอาไป  ในเมื่อยมบาลมาแล้ว ทำไมมีลากคอเจ้ากรรมนายเวรไปลงนรก  มาปล่อยให้เกะกะในโลกมนุษย์ทำไม

3. หมอลักษณ์ฟันธง  รู้ดวงแต่ไม่อาจพูดอะไรได้ พร้อมกับขอให้ทุกๆ คนส่งกำลังอธิษฐานให้ปาฏิหาริย์บังเกิดกับพระเอกหนุ่มในเร็ววัน

ถึงตอนนี้ มึงก็ไม่ควรพูดออกมา  ถ้ารู้จริงๆ ทำไมไม่เสือกพูดเสียตั้งแต่ก่อนเขาป่วย

4. หมอกฤษณ์ คอนเฟิร์ม ขอน้อมนำบุญที่ทำมาทั้งหมดให้พระเอกหนุ่มหายจากอาการป่วยที่กำลังเป็นอยู่ พร้อมแนะนำวิธีการต่ออายุด้วยการบวช เพราะเชื่อว่าการบวชเหมือนเป็นการเกิดใหม่

เคยแนะนำเคสแบบนี้ได้ผลมาหลายคนแล้ว ให้หมอหรือใครก็ได้ไปพูดข้างๆ ตัวเขา เพราะตอนนี้จิตเขาเหมือนออกจากร่างครับ เหมือนอุโมงค์ และเห็นแสงสว่างอยู่ปลายทางครับ

ให้พูดกับเขาว่าจะบวชให้ พูดให้เจ้ากรรมเขาได้ยินครับ

ไอ้นี่ หนักหนาสาหัสกว่าคนอื่น  คือ เอาความเชื่อที่คนไทยเชื่ออยู่แล้ว มาผสมกับความคิดของมันเอง  เรื่องก็เลยดูสมเหตุสมผล 

การบวชนั้น ได้บุญแน่ แต่มันไม่ช่วยให้รอดตายได้ในทุกกรณี  มันไม่ได้เป็นเกณฑ์มาตรฐาน  แล้วในความเป็นจริงก็คือ  เขาต้องบวชเอง ไม่ใช่คนอื่นบวชให้

ที่ฉิบหายวายป่วงก็คือ แนะนำให้หมอไปกระซิบกับคนไข้  หมอเขาไม่ทำแน่ๆ เขาเป็นแพทย์ ไม่ใช่หมอดู หมอเดาอย่างมันเมื่อไหร่

5. สาวใหญ่ชาวภูเก็ต เจ้าของร้านซักรีด-ตัดเย็บเสื้อผ้าวัย 40 ปี ก็ออกมาให้สัมภาษณ์ว่า เห็นพระเอกหนุ่มมาขอความช่วยเหลือ และขอน้ำดื่มขณะกำลังละหมาด หลังจากขอพรขอดุอาร์จากอัลเลาะห์ถึงแนวทางการช่วยเหลือปอ

จึงพบวิธีการในการรักษา และยื้อชีวิตพระเอกหนุ่ม นั่นก็คือ "การฆ่าชีวิตเพื่อต่อชีวิต" ซึ่งวิธีนี้จะต้องใช้แพะจำนวนเท่าอายุพระเอกหนุ่ม และต้องเป็นแพะที่มีอายุ 2 ปีขึ้นไป

ในจำนวนนั้นนำมาเชือดทำบุญ 7 ตัว ส่วนที่เหลือนำไปปล่อยในสุสาน และนำดิน หิน ทราย ปูนไปก่อสร้างมัสยิด

อันนี้ ฉิบหายวายป่วงใหญ่เลย  ข้ามศาสนามาเสียด้วย..  ไร้สาระสุดๆ  คนพุทธเข้ามีแต่ปล่อยชีวิตสัตว์เพื่อทำให้เคราะห์หายไป หรือลดลงไป  นี่แนะนำให้ฆ่าสัตว์

ในทางวิชาธรรมกายมีคำอธิบายไว้ ดังนี้

หัวข้อธรรมะทุกหัวข้อ ในส่วนละเอียดแล้วจะมีลักษณะเป็นดวงให้เราศึกษาได้  เกิด แก่ เจ็บ ตาย ก็มีดวงอยู่ 

การป่วยอย่างนี้  ดวงเจ็บของคุณปอจะให้ผลเต็มที่ ดวงป่วยจะเป็นดวงที่เทาๆ ออกไปทางดำ ถ้าดวงตาย ซึ่งเป็นดวงดำ ให้ผลเต็มที่ก็ไม่มีทางรอดแน่ๆ

สำหรับการจะตายหรือไม่นั้น  ตัวชี้วัดตัวสุดท้ายก็คือ หัวข้อต่อกันระหว่างกายทิพย์กับกายมนุษย์  ถ้าหัวข้อต่อกายนี้ หลุดออกจากกัน  ตายแน่นอน

เมื่อหัวข้อต่อหลุดแล้ว  ใจ-จิต-วิญญาณก็จะออกจากฐานที่ 7-6-5-4-3-2-1  เมื่อออกจากฐานที่ 1 ไปแล้ว คนๆ นั้นก็จะขาดใจตายทันที

ตอนที่ถึงฐานที่ 3  คนไข้ก็จะตาเหลือกกลับแล้ว

กรณีการป่วยของคุณปอ ทฤษฎีนี้ วิชาธรรมกายสามารถตรวจสอบได้อย่างถูกต้อง และเป็นจริง  แต่การที่จะช่วยได้หรือไม่นั้น  เป็นอีกเรื่องหนึ่ง

ถ้าถึงที่ตายแล้ว  ใครก็ช่วยไม่ได้ เพราะ อายุมันสิ้นสุดจริงๆ  แต่ถ้ายังมีบุญบารมีอยู่บ้าง ก็สามารถช่วยได้

.....................................................
ที่มาของบทความ
http://manager.co.th/Daily/ViewNews.aspx?NewsID=9580000128212







ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น