หลวงปู่พุทธอิสระนำม็อบ



ช่วงนี้หลวงปู่พุทธอิสระกลับมามีตามสื่อมวลชนอีกครั้งหนึ่ง เพราะ ท่านประกาศไปเลยว่า ท่านจะนำม็อบเองถ้าคุณสุเทพถูกจับ

เรื่องนี้จึงเป็นประเด็นขึ้นมาทันทีว่า หลวงปู่พุทธอิสระทำถูกหรือไม่ พระควรมายุ่งกับการเมืองหรือไม่

ก่อนที่จะฟังความคิดเห็นของผม ก็ลองฟังความคิดของคนในห้องศาสนาพันธุ์ทิพย์ดูกันก่อน ดังนี้

คนที่  1
ทำไมออกมาโจมตีรัฐบาลอย่างไม่เกรงใจ  นี่มันเลยเถิดไปกันใหญ่แล้ว ไม่รู้หรือว่า อะไรถูกอะไรผิด และบอกว่า จำเป็นต้องออกมา กู้ชาติ พร้อมระดมพลให้เผด็จศึกภายในวันเสาร์นี้ กลายเป็นพระเลือกข้าง ไม่เดินสายกลางซะแล้ว

คนที่  2
ตอนนี้ประกาศเป็นแกนนำนกหวีดไปแล้วครับ ไม่แปลกใจครับ ไปดูประวัติมีเกี่ยวข้องกับ พธม ตอนนั้นด้วย เดี๋ยวรอบหน้า ขอเอา นกหวีด ไปถวายที่วัด ไม่รู้ว่าจะรับไหมครับ

คนที่  3
พระไม่อยู่ส่วนพระ มายุ่งทางโลก ก็เป็นได้แค่โล้นคลุมผ้าเหลือง

คนที่  4
ไม่ใช่กิจของสงฆ์ กลับวัดไปเหอะ ผมเคยไปที่วัดนี้นะจากนี้จะไม่ไปอีกแล้วหมดศรัทธา

คนที่  1
ทุกสาขาอาชีพตั้งแต่ นักศึกษา ครูอาจารย์ หมอ พยาบาล พนักงานเอกชน ข้าราชการทุกกระทรวง ออกมาต้านกันหมดแล้ว แหกตาดูบ้างครับ   แล้วพระจะทนได้อย่างไร  ท่านก็ยังมีกิเลศเหมือนปุถุชน ท่านยังไม่ได้สำเร็จอริยสัจสี่ เป็นปกติครับ

คนที่  2
เรื่องนี้ เป็นมานานตั้งแต่สมัย นปช.แรกๆ  แล้วไม่ใช่หรือครับ สำหรับผมถือว่าไม่เหมาะสม ทุกสีไม่ควรทำ

ไม่ใช่ว่า ไม่ควร เฉพาะ พวกคนอื่น แต่ต้อง ตำหนิ พวกตัวเองด้วยแต่อย่างว่าละ สาวกของพระบางหลุ่ม พระตัวเอง ไม่เคยผิด มีปัญหาอะไรโทษ ปชป .โทษ แมลงสาบ โทษอำมาตย์ โทษเเทียม ตลอด

คนที่  3

แล้วพระที่ออกมาตอนปี 53 นี่เหมาะสมหรือเปล่าครับ  วิจารณ์ด้วยนะครัช กล้า ๆ หน่อยนะ  อย่าให้เขาว่า หน้ามืดกัน

รู้สึกว่าในห้องศาสนาพันธุ์ทิพย์นี่ ไม่เห็นด้วยเป็นส่วนใหญ่  แต่ก็ดูเหมือนว่า จะเลือกข้างชอบกลๆ

ขอให้ดูภาพด้านล่างนี้บ้าง



จะเห็นว่า ในครั้งเสื้อแดงมาประท้วงก็มีพระเข้าไปยุ่งมากพอสมควร

ในประเด็นนี้ตามความคิดเห็นของผม

ตามกฎหมาย ท่านห้ามพระมาเลือกตั้งเท่านั้น ไม่ได้ห้ามพระมามีส่วนร่วมทางการเมือง  พระภิกษุของประเทศเรา มีส่วนร่วมทางการเมืองมาโดยตลอด แตกต่างกันไปในทางรูปแบบและวิธีการ

พระที่มีส่วนร่วมทางการเมืองอย่างเด่นชัด และรับรู้กันโดยทั่วไปก็คือ สมเด็จพระพนรัตน วัดป่าแก้ว ในสมัยพระนเรศวรมหาราช

เรื่องราวของสมเด็จพระพนรัตน วัดป่าแก้ว ในประเด็นต้นตำหรับพระสงฆ์กับการเมืองไทยนั้น ย้อนไปใน พ.ศ.2135

สมเด็จพระนเรศวรมหาราชกับสมเด็จพระเอกาทศรถ ทรงทำยุทธหัตถีมีชัยชนะพระมหาอุปราชาและมางจาชะโร แห่งกรุงหงสาวดี

ทหารจำนวนหนึ่ง ตามพระองค์ไม่ทันในระยะแรก จึงได้มียุทธหัตถีที่เป็นประวัติศาสตร์มาจนถึงปัจจุบัน

ภายหลังชัยชนะในครั้งนั้น สมเด็จพระนเรศวรมหาราชได้โปรดให้ลูกขุนปรึกษาโทษข้าราชการชั้นแม่ทัพนายกองมีโทษถึงประหารหลายคน

หากแต่วันตัดสินพิพากษาให้ลงโทษนั้นเป็นเวลาใกล้กับวันพระ จึงโปรดให้เอาตัวข้าราชการเหล่านั้นไปจองจำไว้ก่อน เมื่อพ้นวันพระไปแล้วจึงให้นำตัวไปประหารชีวิตเสียตามคำลูกขุนพิพากษาโทษ.

ในคราวนั้น ได้มีพระมหาเถราจารย์รูปหนึ่งผู้มีปรีชาสามารถ แตกฉานในพระพุทธวจนะ มีวาทะหลักแหลม ได้พาพระราชาคณะ 25 รูป เข้าไปเฝ้าถวายพระพรถามข่าวสงคราม

และด้วยวาทะหลักแหลมของท่าน ได้ช่วยให้บรรดาข้าราชการซึ่งถูกตัดสินประหารชีวิตแล้ว ให้รอดพ้นจากพระราชอาญาโทษได้

นั่นเป็นตัวอย่างของพระที่มีส่วนร่วมทางการเมือง  

พระกับการเมืองนั้นแยกกันไม่ออก การที่พูดว่า พระห้ามยุ่งกับทางโลกนั้น จะไม่ให้พระมาบิณฑบาตกันเลยหรือไง

เพราะ พระก็อาศัยทางโลกอยู่

เมื่อเปรียบเทียบกับพระเสื้อแดงทั้งหลาย ผมยังเห็นว่า หลวงปู่พุทธอิสระทำได้เหมาะสมกว่า ทำได้ดีกว่า

เป็นพระนั้น ออกมาแบบหลวงปู่พุทธอิสระนั้นชัดเจน  ออกมาแนะนำในทัศนะของท่าน ออกมานำกลุ่มตามที่ท่านชอบ ผมเห็นด้วย

แต่ก็ควรเป็นเรื่องของส่วนตัวเท่านั้น  ถ้าให้พระสงฆ์ทั้งหมดออกมาอย่างนี้ ผมก็ไม่เห็นด้วยนะ ควรเป็นเรื่องส่วนตัวของพระบางท่าน บางรูปเท่านั้น

บทความที่ควรอ่านเกี่ยวกับหลวงปู่พุทธอิสระ
01) หลวงปู่ฟัด ดร. สนอง วรอุไร
02) เล่นไม่เลิกเสียแล้ว หลวงปู่
03) พระครูโลกอุดรมาเกิด
04) กิจกรรมของหลวงปู่
05) หลวงปู่สึกลดพรรษา
06) เกจิพุทธอิสระ

14 ความคิดเห็น:

  1. สรุปว่า อาบัติหรือเปล่าครับแบบนี้ (ผมหมายถึง ทั้งหลวงปู่ ทั้งพระเสื้อแดง)

    แนวคิดของผมเห็นด้วยกับเหลืองมากกว่า ก็เสื้อแดงมันโกงนี่หว่า
    นี่ถ้าพวกเหลืองมันไ่ม่ล้มล้างประชาธิปไตย ผมคงจะไป Jion มันไปแล้ว

    ตัวอย่างก็คือ ไอ้นี่
    http://ekayanamakrathangkarmaung.blogspot.com/2013/11/1_14.html
    http://ekayanamakrathangkarmaung.blogspot.com/2013/11/2_14.html

    เฮ้อ ปวดหัวกับพวกนี้จริงๆ
    ขนาดธาตุธรรม เวลาจะทำอะไร ท่านก็ต้องประชุม และโหวตกันก่อน

    ท่าทางพวกนี้ คงจะไม่เหมาะกับประเทศไทย น่าจะไปอยู่โน่นเลย "เกาหลีเหนือ"

    ขอร้องจริงๆ อย่าลบนะครับ

    ตอบลบ
  2. ศีล 227 ข้อ ไม่มีเรื่องนี้ แต่อาจจะอาบัติในเรื่องอื่นๆ

    คือ มาประท้วงแบบนี้ มันน่าจะอาบัติบ้าง แต่ไม่ใช่ข้อประท้วงรัฐบาล

    แต่ในแง่ของการเป็นพระ ไม่ควรเข้าไปยุ่งเกี่ยว

    ในกรณีพระเสื้อแดง ผมไม่เห็นด้วย (มาประท้วงเหมือนประชาชน)

    ส่วนหลวงปู่พุทธอิสระ ท่านมาแบบผู้นำ มันเป็นอีกเรื่องหนึ่ง

    ความคิดทางการเมืองของคุณ มันยังแคบไป ศึกษาให้มาก แสดงออกให้น้อย อ่านให้เยอะกว่านี้

    เลิกเชื่อคนอื่น หาแนวทางของตัวเองให้ได้เสียก่อน

    ตอบลบ
  3. ไม่ระบุชื่อ10 มกราคม 2557 16:44

    เป็นเรื่องของสัตว์โลกเป็นไปตามกรรม และโลกเป็นที่อยู่ของหมู่สัตว์ พวกอุปนิสัยเหมือนกันก็จะคลุกคลีกัน ควรจะต่างคนต่างอยู่ ส่วนผู้นำกลุ่มใดจะสร้างบารมีได้เหนือกว่ากัน ก็ต้องวัดกันที่"มีต้นทุนน้อยกว่าแต่ใจถึงกว่า สร้างบารมีได้ยิ่งใหญ่กว่า" ติดตามทั้ง ธรรมกายและอ้อน้อย เข้าใจว่าต่างเจตนาดีต่อสรรพสัตว์คือมุ่ง"พุทภูมิ" อ้อน้อยก็ใช้กุศโลบายเรื่องฤทธิ์มาจูงคนเข้าวัด (เพราะนิสัยคนไทยชอบเรื่องนี้) แล้วจึงสอนธรรมะในทางที่ถูก คุณจึงควรติดตามนานๆก่อนจะแค่ตัดบางช่วงมาวิจารณ์ ส่วนธรรมกายก็แนวscanกรรมให้ลูกศิษย์กันเป็นฉากๆ (แรกๆตัวเองยังรำคาญ จะมารู้ดีอะไรนักหนา กรรมไม่ใช่เรื่องตายตัว ต้องถาม อ.สุจินต์ บริหารวนเขตต์แล้ว จะเข้าใจ) ต่อมาก็เข้าใจว่าเป็นกุศโลบายที่ชวนคนเข้าวัดทำความดีหนีกรรม ดังนั้นจะเห็นได้ว่าศิษย์ของ 2ท่านนี้ มีอุปนิสัย/วิบากกรรมต่างกันสุดๆ ท่านแรกคงเป็นนักรบอดีตเคยใช้พลังจิตนำจิตลูกน้องในการทำศึก ชาตินี้จึงต้องมาใช้สิ่งนั้นดึงลูกศิษย์แล้วสอนธรรมะที่ถูกต้องเพื่อไถ่บาป แต่อีกท่านคงเคยเกิดมาเป็นนักปกครองสุขสบายไม่ได้ใช้พลังจิต ลูกศิษย์ที่ติดตามจึงเป็นอีกกลุ่ม ก่อนจะวิจารณ์ใครควรติดตามดูเขานานๆก่อน และถ้าเป็นไปได้อย่าวิจารณ์ใครดีกว่า ตราบใดที่เรายังไม่ได้สร้างตุณงามความดีให้สังคมได้เท่าเขา เพราะสิ่งที่ท่านทำประโยชน์ให้ชาติ/ศาสนาทุกวันนี้มันก็เหนือกว่าพวกที่ออกมาวิจารณ์ท่านทุกคน รำคาญพวกเก่งแต่ลับหลัง

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. ผมว่า คุณนั่นแหละศึกษาให้มากๆ แล้วค่อยมาให้ความเห็นจะดีกว่า

      อ่านน้อย ความคิดแคบ อย่ามายุ่งกับบล็อกนี้

      ลบ
  4. ไม่ระบุชื่อ14 มกราคม 2557 15:51

    เป็นกลางครับถ้ายังตัดกิเลสไม่ได้..สึกดีกว่ามั๊ย.ไม่ต้องมีใครว่าด้วย

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. คุณก็ไปบอกท่านเองซิ ท่านก็อยู่กับม็อบ

      มาเขียนที่นี่มันจะมีประโยชน์อะไร

      ลบ
  5. ไม่ระบุชื่อ14 มกราคม 2557 16:06

    อย่าเถียงกันเลยครับ..ถ้าผมเป็นพระที่คนนับถือ..ผมจะไม่มายุ่งกับการเมือง..ถ้ายุ่งก็ต้องบอกทั้งสองฝ่ายต่างคนต่างหยุดก่อน..แล้วคุยกันดีกว่ามั๊ยทางออกที่ดีคือทางสงบครับ...ถ้าท่านเป็นกลางท่านควรแนะนำให้คุยกันครับ..นอกจากเสียจากว่าเป็นข้าง..ต่างคนต่างคิดเห็นถ้าไม่ฟังกันจะไม่รู้อีกฝ่ายคิดยังไง..บางทีเราคิดว่าเราทำถูกแต่อาจผิดในความคิดของคนอื่น...ฟังกันแล้วคิดใหม่ว่าใช่มั๊ยที่เขาพูด..ไม่มีใครมองเห็นความผิดของตังเองหรอกครับ..บอกความคิดของเราถามความคิดของเขา..แล้วช่วยกันหาทางออกคำตอบน่าจะดีกว่ามั๊ยครับ

    ตอบลบ
    คำตอบ
    1. ผมว่า คุณยังหาจุดยืนอะไรไม่ได้เลย

      1) คุณบอกว่า "อย่าเถียงกันเลยครับ" แล้วคุณมาเขียนทำไม การที่คุณมาเขียนแบบนี้ คุณก็เข้าข่าย "เถียงกับเขา" คุณน่าจะไปปฏิบัติธรรมในป่าในเขาโน่น

      2) คุณบอกว่า "ช่วยกันหาทางออกคำตอบน่าจะดีกว่ามั๊ยครับ" คุณก็ไปบอกพวก "คปท" "กปปส" กับ "นายกปู" โน่น มันน่าจะเห็นหนทางมากกว่า

      ว่างมากหรือไง............

      ลบ
    2. ไม่ระบุชื่อ15 มกราคม 2557 12:58

      คุณ manas แล้วที่คุณทำอยู่ ไล่โต้ตอบกระทู้ตั้งหลายอัน มันไม่เข้าข่าย "เถียงกับเขา" หรือไงครับ

      ลบ
    3. ก็ผมมีเจตนาที่จะ "เถียงกับเขา" ผมก็ทำตามเจตนาของผม คือ มาเขียนบล็อกเผยแพร่แบบนี้

      คุณบอกว่า "อย่าเถียงกันเลย" แล้วคุณจะมาเถียงกับผมทำไม

      มันไม่ผิด "เจตนาของคุณหรือ" ......... หรือว่ายังสับสนในชีวิต

      ลบ
  6. ไม่ระบุชื่อ3 กุมภาพันธ์ 2557 18:01

    ตอนเสื้อแดงมาประท้วง พระท่านมาร่วมชุมนุม แต่ไม่ได้ขึ้นเวทีและประกาศตัวเป็นแกนนำ ดิฉันคิดว่า ถ้าไอ้เทือกชนะแล้วได้เป็นผู้จัดตั้งรัฐบาล ช่วยตั้งกระทรวงกิเลส และตัณหาด้วยและเอาพระพุทธอิสระเป็นรัฐมนตรีประจำกระทรวง 5555

    ตอบลบ
  7. 1) ในความเห็นของผม ระหว่างพระเสื้อแดงกับหลวงปู่พุทธอิสระ หลวงปู่ทำได้ดีกว่า พระเสื้อแดงไม่ควรมาร่วมประท้วงกับประชาชนแบบนั้น ถ้าจะมาก็มาอย่างหลวงปู่พุทธอิสระจะดีกว่า

    แต่ผมไม่เห็นด้วยในภาพรวมว่า พระภิกษุไม่ควรมายุ่งเกี่ยวกับการเมืองอย่างโจ่งแจ้งแบบนี้ คือ ไม่ว่าจะเป็นหลวงปู่หรือพระเสื้อแดงก็ไม่ควรทำแบบนี้

    2) พระยุ่งกับการเมืองการเลือกตั้งมาตลอด แต่ส่วนใหญ่แล้ว จะอยู่เบื้องหลัง หาเสียงก็ไปหาพระ เปิดสำนักงานก็ไปหาพระ มีปัญหาอะไรก็ไปหาพระ

    3) ในกรณีของหลวงปู่พุทธอิสระไปเดินนำขบวนนั้น เป็นความอยากดังของท่านเอง พวกคุณสุเทพคงไม่รู้จะจัดการอย่างไรกับท่าน เมื่อท่านเสนอตัวมา ก็ต้องยอม

    ถ้าไม่ยอมท่าน เดี๋ยวท่านเปลี่ยนข้างก็จะยุ่งเข้าไปอีก หรือไม่เปลี่ยนข้าง กลับมาขวางก็จะยุ่งไปอีก

    4) กรณีของหลวงปู่นี้ ถึงแม้หลวงปู่ไม่ออกหน้าถึงขนาดนั้น เหตุการณ์ก็ออกมาในทำนองนี้ คือ หลวงปู่อยู่หรือไม่อยู่ เหตุการณ์ก็ไม่เปลี่ยนแปลง

    ถ้าหลวงปู่อยู่เบื้องหลัง ภาพอาจจะดีกว่านี้ก็ได้

    5) ผมว่า อีกไม่นาน ชีวิตของหลวงปู่พุทธอิสระก็ต้องเปลี่ยนแปลงแน่ คือ ท่านอยากดัง ทำตัวหวาดเสียว ไม่โกนคิ้ว ฯลฯ ท่านก็คงมีอันเป็นไปอย่างหนึ่งเหมือนกัน

    อาจจะต้องสึก ไปอยู่กับพระโพธิรักษ์ก็อาจเป็นได้

    พระโพธิรักษ์ท่านไม่สังกัดพุทธศาสนาเถรวาท ดังนั้น ในเรื่องการเมืองแบบนี้ ท่านไม่ผิดหลักการ ท่านทำถูก

    ตอบลบ
  8. ไม่ระบุชื่อ17 กุมภาพันธ์ 2557 21:43

    ก็แค่โกนหัวห่มผ้าเหลือง

    ตอบลบ
  9. ไม่ระบุชื่อ11 กันยายน 2557 03:41

    ก็แค่ไอ้โล้น ศาสนาทุกวันนี้มันเสื่อม เหมือนสังคมตอนนี้ เอะอ่ะ ก็ประท้วงๆ ไอ้เทพโกงภาคใต้มาแค่ไหหน อยู่ดีๆมานับถือเป็นวีรบุรุษ ถุ้ย สวะเหมือนกันละ ว่าแต่เขา ตัวแม่งก็เลวพอกันละ

    ตอบลบ