Real MLM App… สำหรับคนที่ต้องการรายได้เพิ่ม..

Real MLM เป็นการหารายได้ด้วยการบังคับดูโฆษณาในระบบขายตรง ของบริษัท 3 nd Studio Co.,Ltd. ซึ่งมีผู้ถือหุ้นเป็นคนไทยทุกคน

มีคนมักจะถามว่า “Real MLM” จะจ่ายเงินจริงไหม จะเป็นการโกหกหลอกลวงไหม?

คำตอบก็คือ “ไม่มีเหตุผลในการที่จะหลอกลวง ในการที่จะโกง” และ “ขอยืนยันว่า จะมีการจ่ายเงินจริง

ผมเป็นผู้ที่มีรายได้จากโฆษณาของ Google ในการเขียนบล็อกนี้ มีประสบการณ์ในด้านนี้พอสมควร จึงขอยืนยันดังกล่าว

Real MLM เหมาะสำหรับผู้ที่มีสมาร์ทโฟนอยู่แล้ว เล่นเป็นประจำ ต้องการรายได้เพิ่มเติม และสามารถหาคนมาร่วมเป็นเครือข่ายได้อย่างน้อยๆ 500 คนขึ้นไป 

ถ้าทำอย่างนั้นไม่ได้  มันก็จะไม่คุ้มต่อการลงทุน ลงแรง

การที่ผมมาสนับสนุน Real MLM ก็ด้วยเหตุผล 3 ประการ คือ

1- ผู้ก่อตั้งบริษัท 3 nd. Studio Co.,Ltd. แสดงเจตนารมณ์ว่า “เงินจำนวนหนึ่ง ที่สมาชิกเบิกไม่ได้ ซึ่งน่าจะมากพอสมควร” เขาจะไม่เก็บไว้ และ จะนำเอาไปทำบุญทั้งหมด  เพราะ ไม่ใช่เป็นเงินของเขา

เจตนารมณ์ดังกล่าวเป็นสิ่งที่ควรสนับสนุนเป็นอย่างยิ่ง

2- บริษัท 3 nd Studio Co.,Ltd. ซึ่งมีผู้ถือหุ้นเป็นคนไทยทุกคน  อาชีพแบบนี้มีคนไทยเป็นเจ้าของไม่มากนัก  เราเป็นคนไทยด้วยกันก็ควรจะสนับสนุนเท่าที่จะทำได้

3- เป็นการแชร์ค่าโฆษณาจากระบบโทรศัพท์มือถือกลับมาเป็นของคนไทยบ้าง..  จำนวนเม็ดเงินในวงการโฆษณาจากระบบโทรศัพท์มือถือในแต่ละปี นับกันเป็นพันๆ ล้านบาท

การที่เราสามารถดึงเงินจำนวนนั้น กลับมาเป็นของคนไทยได้บ้าง ก็เป็นสิ่งที่ควรสนับสนุนกัน

วิธีการสมัครของผู้ที่ใช้โทรศัพท์ในระบบ Android  มีวิธีการ ดังนี้

1- ไปที่ play store พิมพ์ “real mlm” ไปที่ช่องค้นหา แล้วก็ installed แอป “real mlm” ลงเครื่องโทรศัพท์ แล้วก็แตะที่ Open ตามภาพด้านล่าง

 


2- ก็จะมีหน้าจอให้กรอกข้อมูล ขอให้ “กรอกชื่อด้วยภาษาไทย”  สำหรับใส่รหัสสปอนเซอร์  รหัสสปอนเซอร์ของผม ก็คือ GMKQFPFA  ตัวใหญ่ห้ามผิดเด็ดขาด

3- เมื่อทำทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว ก็จะมีไอคอนของ “real mlm” ที่หน้าจอ เมื่อจะทำงานก็ให้แตะไอคอนนั้น  ก็จะปรากฏหน้าจอ ดังนี้



เมื่อจะดูโฆษณาก็ให้แตะที่ “ADS” โฆษณาก็จะโผล่ออกมาให้ดู  ความยาวประมาณ 20 วินาที  วันนั้นจะดูกี่ครั้งก็ได้  แต่อย่างต่ำต้องเป็น 40 ครั้ง

ในการทำงานของผม ที่บ้านไม่มี wifi ผมก็จะใช้วิธีไปกินข้าวกลางวัน และข้าวเย็นในเมือง แล้วก็กินข้าวไปด้วย ดูโฆษณาไปด้วย

4- ตัวอย่างการทำงานของผม


5- การรับเงินนั้น จะรับผ่านธนาคารตามภาพ  และจะรับได้เมื่อเราส่งเอกสารให้กับบริษัทแล้ว ตอนนี้ ยังไม่มีใครได้รับเงินจากบริษัทฯ จึงไม่มีตัวอย่างให้ดู


การที่ยังไม่มีใครรับเงินจากบริษัทฯ นั้นก็เพราะ บริษัทฯ เพิ่งเริ่มเปิดการทำงาน

ถ้าสงสัยว่า “บริษัทฯ จะมีความยั่งยืนไหม”  คำตอบก็คือ “มีโอกาสสูงมาก”   

มีข้อในการคิดดังนี้

1- การทำอาชีพนี้ ต้องติดต่อกับ Google ติดต่อกับ Apple  การที่ทั้งสองบริษัทดังกล่าวยอมรับ ก็เป็นหลักฐานที่ดีประการแรก

2- การทำอาชีพนี้ ต้องติดต่อกับธนาคาร  การที่ธนาคารดังกล่าวยอมรับ ก็เป็นหลักฐานที่ดีประการที่สอง

3- ขอให้สังเกตจากโฆษณา  ขนาด “ลาซาด้า” ยังมาซื้อโฆษณาด้วย ก็เป็นหลักฐานที่ดีประการที่สาม

โดยสรุป..............

ผู้ที่ใช้โทรศัพท์สมาร์ทโฟนอยู่แล้ว, มี wifi ใช้, ต้องการรายได้เพิ่มเติม, และมีเพื่อนฝูงพวกพ้องมากพอสมควร ก็ควรที่จะลองรายได้ด้วย Real MLM นี้ดู

ถ้าเราไม่สามารถดูโฆษณาต่อไป และต้องการเลิก ก็เลิกไป ไม่ได้เสียหายอะไร.. และสามารถเลิกการทำงานได้ตลอดเวลา

เมื่อท่านสมัครไปแล้ว โปรดเข้ากลุ่ม Band ของเราที่นี่   http://band.us/n/a1abr8Udm7F3y

Band เป็นแอฟที่ทำงานเหมือนกับ Line แต่มีสมาชิกในกลุ่มได้ไม่จำกัด  สำหรับไลน์นั้น มีสมาชิกได้เพียง 200 คน








บรรหาร ศิลปอาชาตายแล้วไปไหน.....


คุณบรรหาร ศิลปอาชา (19 สิงหาคม พ.ศ. 2475 – 23 เมษายน พ.ศ. 2559) นายกรัฐมนตรีไทยคนที่ 21 อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุพรรณบุรี 11 สมัย และอดีตหัวหน้าพรรคชาติไทย

วันที่ 21 เมษายน 2559 คุณบรรหารเกิดภาวะภูมิแพ้และหอบหืดกำเริบ จนต้องนำส่งโรงพยาบาลศิริราช อาการวิกฤติตั้งแต่วันแรกที่เข้ารับการรักษา จนเวลา 04:42 นาฬิกาของวันที่ 23 เมษายน 2559 จึงถึงแก่อนิจกรรมจากภาวะดังกล่าว

รวมอายุได้ 83 ปี 8 เดือน ถือได้ว่าเป็นคนไทยที่อายุยืนคนหนึ่ง

ผมได้ข่าวว่า คุณบรรหารตายแล้ว ในช่วงที่จะทำพิธีถวายอาหารทะเล ผมจึงขอให้คุณลุงช่วยตรวจสอบให้หน่อยว่า ตายแล้วไปไหน

คุณลุงตอบว่า "ไปสวรรค์"

ก่อนหน้าที่คุณลุงจะตรวจสอบนั้น พวกผมก็คุยกันไปก่อนแล้วว่า  คุณบรรหารน่าจะไปอบายภูมิ เพราะ เท่าที่ตรวจสอบนักการเมืองมา ปรากฎว่า ตกนรกทุกคน

เมื่อได้ยินคำตอบของลุง ทุกคนก็แปลกใจไปหมด  ต่างก็เดาไปต่างๆ นานา

ผมเองคิดว่า คุณบรรหารท่านเป็นคนนับถือคำพูด พูดคำไหนคำนั้น  ทำบุญก็มากพอสมควร แต่ผมก็สันนิษฐานเลยว่า "คุณบรรหารขึ้นสวรรค์ไม่นาน ก็คงจะต้องไปอบายภูมิ"

โดยปกติของคนที่มาเวียนว่ายตายเกิดกันนั้น  "บุญก็ทำ กรรมก็สร้าง" ด้วยกันทุกคน  เมื่อถึงคราวตาย สิ่งไหนมีมากกว่า ก็ไปทางนั้นก่อน

ในช่วงตอนเย็น พวกเราจึงขอให้วิทยากรอีกท่านหนึ่ง ช่วยตรวจสอบว่า "ทำไม คุณบรรหารถึงไปสวรรค์ได้"

คำตอบที่ได้ก็คือ.......

คุณบรรหารในช่วงท้ายของชีวิตนั้น ทำทานมาก ทำมาเป็นประจำ  เมื่อเกิดภาวะภูมิแพ้และหอบหืดกำเริบ คุณบรรหารมีจิตใจที่สงบ ทำใจได้ในระดับหนึ่ง  คุณบรรหารรู้ตัวว่า คราวนี้คงรอดยาก แต่ก็ยังมีจิตใจที่ค่อนข้างสงบ

เมื่อเสียชีวิตไปแล้ว ความที่นึกถึงบุญได้ ท่านจึงไปเป็นเทวดาที่สวรรค์ชั้น ๑

อย่างไรก็ดี  ด้วยผลกรรมที่ทำมามากพอสมควร ท่านจึงเป็นเทวดาที่ร่างกายไม่สว่างนัก ไม่มีกำลังบุญสนับสนุนเท่าไหร่  พูดง่ายๆ ก็คล้ายๆ คนที่ร่างกายอ่อนแอในโลกนี้

ทำอะไรก็ไม่ได้ดังใจนัก  และอีกไม่นาน คุณบรรหารก็ต้องไปชดใช้กรรมในอบายภูมิ

เรื่องคุณบรรหารนี้  ถ้าพวกผมช่วย กล่าวคือ ขอให้ลุงช่วยสอนวิชาธรรมกายให้  คุณบรรหารก็จะมีบุญบารมีขึ้นอีกมากมาย และโอกาสที่จะไปอบายภูมิก็คงไม่มี  เมื่อหมดบุญก็เกิดมาเป็นคนเพื่อสร้างบารมีกันอีก

กรรมชั่วที่ทำนั้น ไม่หมดไป แต่จะมาส่งผลในโลก  ซึ่งมันไม่หนักหนาสาหัสนัก  ถ้าสร้างกรรมดีมากๆ กรรมชั่วก็จะลดน้อยลง และไม่ส่งผล

แต่พวกผม ไม่ได้ช่วยคุณบรรหาร เพราะ ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันเลย  ไม่มีบุญคุณต่อกันเลย ก็เลยไม่มีเหตุผลที่จะไปช่วยท่าน

ความโชคดีของคุณบรรหารในเรื่องนี้ก็คือ อาการโรคของคุณบรรหารไม่ส่งผลทางด้านจิตใจ  สมมุติว่า คุณบรรหารได้รับการผ่าตัด ต้องผ่าโน่น ผ่านี่ ร่างกายมีเข็มแทงเต็มไปหมด

คุณบรรหารอาจจะมีความเจ็บปวด มีความกังวล ถ้าเป็นอย่างนั้น  คงจะได้ไปอบายภูมิก่อนแน่ๆ.....





ปอ ทฤษฎีตายแล้ว – อยู่สวรรค์ชั้น ๑


ตามที่สัญญาไว้ว่า “จะบอกว่า ปอ ทฤษฎีตายแล้วไปไหน”  ตอนนี้ พวกเราใช้วิชาธรรมกายตรวจสอบเรียบร้อยแล้ว จึงเอามาเผยแพร่กัน

ณ ปัจจุบันนี้ ปอ ทฤษฎีอยู่สวรรค์ชั้น ๑  การขึ้นสวรรค์ของปอ ไม่ได้ง่ายอย่างนั้น ต้องมีการช่วยกัน ด้วยวิชาธรรมกายดังนี้

การที่คนจะตายนั้น ขั้วหัวต่อกายทิพย์จะต้องหลุดออกจากกายเนื้อ  แล้ว ใจ-จิต-วิญญาณ ก็จะออกจากฐานที่ 7 มาตามฐานที่ 6-5-4-3-2-1 เมื่อใจ-จิต-วิญญาณออกจากฐานที่ 1 คือ ปากช่องจมูกแล้ว ผู้นั้นก็จะเสียชีวิต

เมื่อ ใจ-จิต-วิญญาณ ออกมาถึงฐานที่ 3 กลางศีรษะ คนไข้ก็จะเหลือกตากลับแล้ว  ถ้าตามสังเกตดูจะเห็นได้ชัดเจน  เมื่อเห็นคนป่วยหรือคนแก่ที่ใกล้ตายมีอาการเหลือกตากลับแบบนี้ รับรองตายทุกคน 

อาการเหลือกตากลับแบบนี้ ดูได้จากเด็กทารกกำลังหลับสนิท กับพวกที่ฝึกวิชาธรรมกายที่กำลังเห็นดวงธรรม กายธรรม ตาจะเหลือกกลับแบบนี้ทุกคน

สำหรับ ปอ ทฤษฎีนั้น  เมื่ออยู่ในโรงพยาบาล วิทยากรของพวกเรา ใช้วิชาธรรมกายตรวจดู พบว่า ขั้วหัวต่อกายทิพย์นั้น ขยับเลื่อนออกมาแล้ว  จึงรู้ว่า “อายุไขของปอ ทฤษฏี” หมดแน่ๆ 

วันที่หมอถอดเครื่องช่วยทั้งหลายออกจากร่างกายของ ปอ ทฤษฎีนั้น  (ช่วงตอนนี้ วิทยากรของเราไปสัมภาษณ์ปอ ทฤษฎีเอง ตอนที่อยู่สวรรค์ชั้น ๑ แล้ว)

ใจ-จิต-วิญญาณ ของปอ ทฤษฎีออกมาก่อนแล้ว  คือ ในทางวิชาธรรมกาย ปอ ทฤษฎีเสียชีวิตแล้ว ณ ช่วงนั้นแล้ว

เมื่อใจ-จิต-วิญญาณ ของปอ ทฤษฎีออกมาก่อนแล้ว ร่างกายจึงไม่ตอบสนองต่อการรักษาใดๆ เครื่องมืออะไร ก็ช่วยไม่ได้

เมื่อหมอถอดเครื่องมือทั้งหมด  ปอ ทฤษฎีก็เสียชีวิตในทางวิทยาศาสตร์

เมื่อปอ ทฤษฎีตายแล้ว  ความที่เป็นดารา ถึงแม้จะสร้างคุณงามความดีเป็นจำนวนมาก แต่บุญเหล่านั้น ไม่สามารถจะทำให้ ปอ ทฤษฎีขึ้นสวรรค์ได้ 

ดวงวิญญาณ-ใจ-จิต ของปอ ทฤษฎี จึงวนเวียนอยู่กับญาติ กับงานศพของตัวเอง ยังไม่ไปไหน ในกรณีนี้ ถ้าเผาศพไปแล้ว  ปอ ทฤษฎีคงจะต้องไปอบายภูมิ

อาชีพดารานั้น ในทางโลกดูเหมือนว่าจะเป็นอาชีพสุจริต ไม่น่าจะก่อให้เกิดปัญญาอะไรในทางบุญ หรือบาป แต่ในความเป็นจริงแล้ว  อาชีพดาราเป็นอาชีพที่ก่อให้คนเกิดกิเลส

บทบาทการแสดงของดารา ไม่ได้ทำให้ใจของคนสงบ แต่จะเกิดกิเลส เพ้อฝันคิดคำนึงตามไป

การทำบุญในทางสังคมของปอ ทฤษฎี ไม่ได้สร้างบุญ-บารมีนักในทางศาสนาพุทธ  บุญ-บารมีจึงไม่เพียงพอที่จะทำให้ปอ ทฤษฎี ขึ้นสวรรค์ได้

ในวันเสาร์ที่ 23 มกราคม 2559  ผมไปในพิธีถวายอาหารทะเล ที่ร้านนภา จังหวัดจันทบุรีกับคุณลุงการุณย์ บุญมานุช

ผมจึงเอารูปของปอ ทฤษฎีให้คุณลุงการุณย์ดู แล้วบอกว่า “ลุงช่วยดูคนนี้ให้หน่อย เขาเป็นดารา เพิ่งตายไป

คุณลุงการุณย์ถามว่า “เขาชื่ออะไร”  ผมก็ตอบว่า “ทฤษฎี สหวงษ์

การที่ต้องถามชื่อพร้อมกับดูรูปภาพนั้น เพราะ เราต้องทำวิชาธรรมกาย แล้วเอากายธรรมพระอรหัตละเอียดไปที่ตีนเขาพระสุเมรุ แล้วก็เรียกชื่อคนตายมา

คนตายไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน เขาก็จะรู้ ก็จะมาพบ 

ที่ต้องดูภาพด้วย เพราะ จะได้รู้จักว่าเป็นใคร ถ้าไม่มีภาพ เดี๋ยวมารมันอาจจะมาแทน เมื่อเราให้บุญ-บารมีมารมันก็จะได้ไปแทน

เมื่อคุณลุงเห็นปอแล้ว ก็บอกพวกเราว่า “ไม่เป็นสุข เพราะไม่เป็นวิชา”  คือ ยังไม่ได้ไปสุคติภูมิ  แล้วลุงก็บอกว่า “ช่วยเลยนะ

ในคนแต่ละคนนั้น จะมีดวงบุญ ดวงบาป ดวงไม่บุญไม่บาปอยู่ทุกคน เมื่อเห็นดวงบุญก็รู้แล้วว่า เขามีบุญบารมีขนาดไหน  ไม่ต้องถามคนตายแล้วก็ได้

โดยปกติ การเอาภาพไปให้คุณลุงดูนั้น  ผมจะต้องบอกให้ลุงช่วยเขาหน่อย แต่คราวนี้ ลุงช่วยเองเลย 

การช่วยของลุงก็คือ สอนวิชาธรรมกายให้เขา คือ ทำให้เขาเป็นวิชาขึ้นมา เมื่อสอนเห็นดวงธรรมปุ๊บ เขาก็จะขึ้นสวรรค์ทันที โดยส่วนใหญ่แล้ว จะอยู่สวรรค์ชั้น ๑

การสอนคนตายง่ายกว่าสอนคนเป็น  คือ สอนไปเขาจะทำตามคำบอกวิชาทันที  ในกรณีของคนเป็นนั้น  บางทีหูได้ยินคำบอกวิชา แต่ใจไปคิดเรื่องอื่น

.....................................

ผมติดตามข่าวขอคุณปอ ทฤษฎีมาพอสมควร เพราะเหตุการณ์คล้ายๆ กับน้องชายของผมที่เสียชีวิตไปแล้ว เมื่อปีที่ผ่านมา

ที่แตกต่างกันก็คือ คุณปอเป็นไข้เลือดออก แต่ต้องชายผมติดเชื้อไวรัสจากสัตว์ปีก

ที่ต้องออกมาเขียนวิพากษ์วิจารณ์ไว้ก็เพื่อ “รำคาญ” ไอ้-อีพวกหมอดู หมอเดาที่ออกมาโหนกระแสของข่าวนี้

ถ้ามันช่วยได้จริง  ผมก็จะยินดีด้วย แต่ที่ออกมาเป็นข่าวนี้ มันมั่วทั้งนั้น

1. ริว จิตสัมผัส

"ถึงแฟนคลับคุณปอ ใครที่ตั้งใจส่งแรงใจ สวดมนต์ให้คุณปอหายไวๆๆๆ ผมขออนุญาตแนะนำ ให้ทุกคนทำเพิ่มอีกหนึ่งอย่าง ไปที่ศาลเจ้าพ่อเสือหรือวัดที่ท่านสะดวก ให้ไปทำบุญเติมน้ำมันตะเกียง ในชื่อคุณปอ

เวลาเติมให้กล่าวดังนี้ (ข้าพเจ้า แจ้งชื่อตัวเอง ขอเติมน้ำมันตะเกียงเพื่อเติมแสงสว่างนำทาง ให้แก่นายปอ-ทฤษฎี ซึ่งป่วยอยู่ในขณะนี้ ได้กลับมาหายดีโดยเร็ววัน ขอคุณพระที่นี่โปรดเมตตานำทาง นายปอทฤษฎี ด้วยเทอญ) ปาฎิหาริย์จะเกิดขึ้นได้ด้วยใจของคนครับ ขอให้คุณปอหายไวๆๆๆ"

ผมอยากจะถามริว จิตสัมผัสเหลือเกินว่า การไปจุดตะเกียง หรือเติมน้ำมันตะเกียงมันจะช่วยคุณปอได้อย่างไร

อย่างนั้น ไปเผาบ้านริว จิตสัมผัสเสียเลย จะไม่ดีกว่าหรือ

2. อ. แบงค์ สเกตช์กรรม หมอสื่อวิญญาณที่คร่ำวอดเรื่องเจ้ากรรมนายเวรมาหลายปี ก็ได้ออกมาแนะแนวทางให้คนเป็นพ่อแม่ หรือญาติสายเลือดเดียวกันช่วยเสริมด้วยบุญ ภาวนาจิตอธิษฐาน และขออโหสิกรรมต่อเจ้ากรรมนายเวรแทนพระเอกหนุ่ม เพราะเห็นเจ้ากรรมนายเวรยืนมองอยู่ไม่ห่าง ก่อนจะอ้างยมบาลบอกว่า ยังให้โอกาสกลับไปใช้ชีวิตตามเดิม เพราะอายุขัยยังไม่หมด

ไอ้นี่ก็บ้าไปอีกแบบ เจ้ากรรมนายเวรมายืนมองอยู่ แล้วยมบาลยังไม่เอาไป  ในเมื่อยมบาลมาแล้ว ทำไมมีลากคอเจ้ากรรมนายเวรไปลงนรก  มาปล่อยให้เกะกะในโลกมนุษย์ทำไม

3. หมอลักษณ์ฟันธง  รู้ดวงแต่ไม่อาจพูดอะไรได้ พร้อมกับขอให้ทุกๆ คนส่งกำลังอธิษฐานให้ปาฏิหาริย์บังเกิดกับพระเอกหนุ่มในเร็ววัน

ถึงตอนนี้ มึงก็ไม่ควรพูดออกมา  ถ้ารู้จริงๆ ทำไมไม่เสือกพูดเสียตั้งแต่ก่อนเขาป่วย

4. หมอกฤษณ์ คอนเฟิร์ม ขอน้อมนำบุญที่ทำมาทั้งหมดให้พระเอกหนุ่มหายจากอาการป่วยที่กำลังเป็นอยู่ พร้อมแนะนำวิธีการต่ออายุด้วยการบวช เพราะเชื่อว่าการบวชเหมือนเป็นการเกิดใหม่

เคยแนะนำเคสแบบนี้ได้ผลมาหลายคนแล้ว ให้หมอหรือใครก็ได้ไปพูดข้างๆ ตัวเขา เพราะตอนนี้จิตเขาเหมือนออกจากร่างครับ เหมือนอุโมงค์ และเห็นแสงสว่างอยู่ปลายทางครับ

ให้พูดกับเขาว่าจะบวชให้ พูดให้เจ้ากรรมเขาได้ยินครับ

ไอ้นี่ หนักหนาสาหัสกว่าคนอื่น  คือ เอาความเชื่อที่คนไทยเชื่ออยู่แล้ว มาผสมกับความคิดของมันเอง  เรื่องก็เลยดูสมเหตุสมผล 

การบวชนั้น ได้บุญแน่ แต่มันไม่ช่วยให้รอดตายได้ในทุกกรณี  มันไม่ได้เป็นเกณฑ์มาตรฐาน  แล้วในความเป็นจริงก็คือ  เขาต้องบวชเอง ไม่ใช่คนอื่นบวชให้

ที่ฉิบหายวายป่วงก็คือ แนะนำให้หมอไปกระซิบกับคนไข้  หมอเขาไม่ทำแน่ๆ เขาเป็นแพทย์ ไม่ใช่หมอดู หมอเดาอย่างมันเมื่อไหร่

5. สาวใหญ่ชาวภูเก็ต เจ้าของร้านซักรีด-ตัดเย็บเสื้อผ้าวัย 40 ปี ก็ออกมาให้สัมภาษณ์ว่า เห็นพระเอกหนุ่มมาขอความช่วยเหลือ และขอน้ำดื่มขณะกำลังละหมาด หลังจากขอพรขอดุอาร์จากอัลเลาะห์ถึงแนวทางการช่วยเหลือปอ

จึงพบวิธีการในการรักษา และยื้อชีวิตพระเอกหนุ่ม นั่นก็คือ "การฆ่าชีวิตเพื่อต่อชีวิต" ซึ่งวิธีนี้จะต้องใช้แพะจำนวนเท่าอายุพระเอกหนุ่ม และต้องเป็นแพะที่มีอายุ 2 ปีขึ้นไป

ในจำนวนนั้นนำมาเชือดทำบุญ 7 ตัว ส่วนที่เหลือนำไปปล่อยในสุสาน และนำดิน หิน ทราย ปูนไปก่อสร้างมัสยิด

อันนี้ ฉิบหายวายป่วงใหญ่เลย  ข้ามศาสนามาเสียด้วย..  ไร้สาระสุดๆ  คนพุทธเข้ามีแต่ปล่อยชีวิตสัตว์เพื่อทำให้เคราะห์หายไป หรือลดลงไป  นี่แนะนำให้ฆ่าสัตว์

ในทางวิชาธรรมกายมีคำอธิบายไว้ ดังนี้

หัวข้อธรรมะทุกหัวข้อ ในส่วนละเอียดแล้วจะมีลักษณะเป็นดวงให้เราศึกษาได้  เกิด แก่ เจ็บ ตาย ก็มีดวงอยู่ 

การป่วยอย่างนี้  ดวงเจ็บของคุณปอจะให้ผลเต็มที่ ดวงป่วยจะเป็นดวงที่เทาๆ ออกไปทางดำ ถ้าดวงตาย ซึ่งเป็นดวงดำ ให้ผลเต็มที่ก็ไม่มีทางรอดแน่ๆ

สำหรับการจะตายหรือไม่นั้น  ตัวชี้วัดตัวสุดท้ายก็คือ หัวข้อต่อกันระหว่างกายทิพย์กับกายมนุษย์  ถ้าหัวข้อต่อกายนี้ หลุดออกจากกัน  ตายแน่นอน

เมื่อหัวข้อต่อหลุดแล้ว  ใจ-จิต-วิญญาณก็จะออกจากฐานที่ 7-6-5-4-3-2-1  เมื่อออกจากฐานที่ 1 ไปแล้ว คนๆ นั้นก็จะขาดใจตายทันที

ตอนที่ถึงฐานที่ 3  คนไข้ก็จะตาเหลือกกลับแล้ว

กรณีการป่วยของคุณปอ ทฤษฎีนี้ วิชาธรรมกายสามารถตรวจสอบได้อย่างถูกต้อง และเป็นจริง  แต่การที่จะช่วยได้หรือไม่นั้น  เป็นอีกเรื่องหนึ่ง

ถ้าถึงที่ตายแล้ว  ใครก็ช่วยไม่ได้ เพราะ อายุมันสิ้นสุดจริงๆ  แต่ถ้ายังมีบุญบารมีอยู่บ้าง ก็สามารถช่วยได้

.....................................................
ที่มาของบทความ
http://manager.co.th/Daily/ViewNews.aspx?NewsID=9580000128212







ไม่น่า ฆ่าตัวตาย


อ่านข่าวเลย ไม่ยาวนัก  ผมจะวิพากษ์วิจารณ์หลังข่าว

วันนี้ (4 ส.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา พ.ต.ท.วโรดม ก้องสุวรรณคีรี พนักงานสอบสวน สภ.หาดใหญ่ พร้อมด้วยหน่วยกู้ภัยมูลนิธิมิตรภาพสามัคคี (ท่งเซียเซี่ยงตึ้ง) หาดใหญ่

เข้าตรวจสอบเหตุคนผูกคอตายภายในแคมป์ที่คนงานก่อนสร้างใน ซอย 2 ถ.เพชรเกษม ต.เขตเทศบาลนครหาดใหญ่

ที่เกิดเหตุพบร่าง นาย xxx  อายุประมาณ 32 ปี ชาว อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ซึ่งมีอาชีพขับรถเครนก่อสร้างเสียชีวิตอยู่ภายในห้องนอน โดยใช้เชือกผูกคอตายกับโครงเหล็กหลังคา

คาดเสียชีวิตมาแล้วประมาณ 2 วัน จากการชันสูตรในเบื้องต้นไม่พบร่องรอยของการถูกฆาตกรรม รวมทั้ง ภายในห้องนอนก็อยู่ในสภาพที่เรียบร้อย

แต่ที่ต้องทำให้ญาติๆ และทุกคนหดหู่คือ พบข้อความลาตายที่ผู้ตายตั้งใจเขียนถึงคนรักไว้ที่กระจกตู้เสื้อผ้าว่า

“ผมตายในคืนวันที่ 2 สิงหาคม 2558 จะรอสาว (ชื่อคนรัก) อยู่ในบ้านหลังนี้ จนสาวจะมา และลงชื่อ yyy” ซึ่งเป็นชื่อเล่นของผู้ตาย

นอกจากนี้ ยังพบเงินสด จำนวน 40,00 บาท อยู่ในกระเป๋าสะพายสีดำ และเขียนข้อความถึงแม่ไว้ข้างกระเป๋าว่า

“แม่ครับ ผมขอโทษเงินเผาศพอยู่ในนี้นะครับแม่ 40,000 บาท ลงชื่อ yyy” และข้อความที่ระบุว่า “ในวันเผาให้ใส่รูปคนรักให้ด้วย”

ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นญาติไม่ได้ติดใจเอาความ และรับศพนำไปประกอบพิธีทางศาสนา

จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนหน้านี้ นาย xxx  ได้อยู่กินกับคนรัก ซึ่งมีชื่อเล่นว่าสาว โดยใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันมากว่า 6 ปี แต่ระยะหลังเริ่มมีปัญหาเพราะไม่เข้าใจกัน

ฝ่ายหญิงจึงหนีออกจากบ้านไป และกลายเป็นสาเหตุที่ทำให้ นาย xxx  น้อยใจ และตัดสินใจผูกคอตายในห้องพักที่เคยอยู่ด้วยกันเพื่อสังเวยความรัก

เมื่อพิจารณาจากข่าวแล้ว  คุณ xxx  คนนี้ ไม่น่าจะฆ่าตัวตาย  แล้วทำไมจึงมีเหตุการณ์ฆ่าตัวตายเกิดขึ้น

1- คุณ xxx  อายุประมาณ 32 ปี  ไม่ใช่วัยรุ่นที่ชอบประชดคนข้างเคียง

2- คุณ xxx  มีอาชีพขับรถเครนก่อสร้าง ซึ่งมีรายได้ดีพอสมควร ไม่ได้ตกงาน

3- คุณ xxx  เป็นคนที่มีความคิดรอบคอบ และไม่สร้างความเดือดร้อนให้กับคนอื่น  ยังเตรียมเงินไว้สำหรับเผาศพตัวเอง 40,000 บาท

เนื่องจากข่าวนี้ ไม่มีภาพของผู้ตาย งานนี้จึงไม่สามารถไปสัมภาษณ์ท่านได้  ได้แต่วิเคราะห์ด้วยหลักการของวิชาธรรมกายเท่านั้น

จะว่าไป ก็เป็นความรู้ที่พุทธศาสนิกชนทั่วไป ก็รู้กันอยู่

กล่าวคือ  คุณ xxx เป็นคนที่เคยฆ่าตัวตายมาก่อนในอดีตชาติ  กรรมอันนั้นจะส่งผลให้ต้องฆ่าตัวตายอีกประมาณ 500 ชาติ

ในชาตินี้นั้น ถ้าพิจารณาในมาตรฐานของคนฆ่าตัวตายโดยทั่วไป  คุณ xxx ก็ไม่น่าจะฆ่าตัวตาย  แต่ด้วยผลกรรมของการเคยฆ่าตัวตายมาก่อนดังกล่าว  จึงทำให้ คุณ xxx ฆ่าตัวตายในชาตินี้

ก่อนหน้านี้ไม่นานนัก ก็มีข่าวที่ว่า คนที่มีชื่อเสียงท่านหนึ่ง ไปยิงตัวตายในวัด  ใครติดตามข่าวก็คงจะรู้เองว่าเป็นใคร

ท่านผู้นั้นก็น่าจะเข้าข่ายที่ว่า “เคยฆ่าตัวตายมาก่อน” เช่นกัน 

เมื่อพิจารณาถึงคุณวุฒิ วัยวุฒิ สภาพครอบครัว ฯลฯ  ท่านผู้นั้นไม่น่าจะฆ่าตัวตาย บรรดาญาติ ลูกๆ ก็ไม่คิดว่า ท่านจะฆ่าตัวตาย

โดยสรุป ... 

คนที่เคยฆ่าตัวตายมาก่อน จะต้องฆ่าตัวตายอีกประมาณ 500 ชาติ เป็นเรื่องจริง พิสูจน์ด้วยวิชาธรรมกายมาแล้ว

ที่นี้  เราจะรู้ได้อย่างไรว่า ใครเคยฆ่าตัวตายมาก่อน จะได้ป้องกันไว้แต่เนิ่นๆ   ผมเองก็มีน้องชายฆ่าตัวตายในบ้านของผม

แต่ในกรณีของผมนั้น  ผมให้คุณลุงช่วยได้แล้ว  แต่สำหรับท่านผู้อ่านล่ะ จะทำยังไง

เรื่องนี้ แก้ได้ง่ายๆ ตามหลักการ คือ ถ้าใครเรียนวิชา 18 กายไปแล้ว  กรรมเก่ามักจะหมดไป ยิ่งไปหาคุณลุงได้ด้วยแล้ว กรรมหนักๆ แบบนี้

หมดไปอย่างแน่นอน

ดังนั้น ใครมีญาติ มีพี่ มีน้อง มีเพื่อน ส่ออาการไม่ดี ก็พากันมาเรียนวิชาธรรมกายเอาไว้ก่อน  ถ้าจะให้ดียิ่งขึ้นไปอีก

เอามาเรียนไว้ก่อนเลย ถึงแม้จะยังไม่มีอาการก็ตาม...  

เรียนวิชาธรรมกายตอนยังมีชีวิตอยู่ เรียนยาก แต่เอาไปใช้ได้ตลอด  เรียนวิชาธรรมกายตอนตายไปแล้ว เรียนง่าย  แต่บางทีก็เอาไปใช้ไม่ได้

จากประสบการณ์การช่วยคนตาย  คนที่ไม่เคยเรียนวิชาธรรมกายมาก่อน พอสอนปุ๊บขึ้นสวรรค์ชั้น 1 เลย  แต่ก็ตกลงไปนรกอีก เพราะ รักษาดวงธรรมไว้ไม่ได้






บุกจับครีมรักษาสารพัดโรค “Firmax 3”


ในบล็อกนี้ ผมจะนำประเด็นอื้อฉาวของ "บุกจับครีมรักษาสารพัดโรค “Firmax 3”" ที่เป็นข่าวอยู่ในกระแสออนไลน์ ณ ปัจจุบันนี้มาวิเคราะห์เจาะลึกกันอย่างจะมีอะไรจริง อะไรเท็จ อะไรจริงครึ่งเท็จครึ่ง ฯลฯ กันบ้าง

ก่อนอื่นต้องขอบอกว่า ผมเคยลองใช้ “Firmax-3” มา 2 วัน เพราะ เพื่อนวิทยากรด้วยกันซื้อมาใช้ และเวลาไปประชุมที่จันทบุรีนอนโรงแรมห้องเดียวกัน

ย้ำอีกครั้งว่า เพื่อนที่ว่านี้เป็นผู้ชาย  แต่มันชอบรักสวยรักงาม ชอบบำรุงร่างกายด้วยสมุนไพรอยู่เป็นประจำ  

สำหรับคนขาย “Firmax-3”  ก็เป็นวิทยากรด้วยกัน 

จากประสบการณ์การใช้ของผม และได้สอบถามพวกที่ใช้ “Firmax-3” ประมาณ 6 คน ผมต้องยอมรับว่า “Firmax-3” เป็นสินค้าที่มีประสิทธิภาพดีตัวหนึ่งเลยทีเดียว

เรามาดูข่าวกันก่อนว่า กรณี "บุกจับครีมรักษาสารพัดโรค “Firmax 3”" จับในความผิดข้อหาไหน เพราะ “Firmax-3”  เพิ่งเข้ามาขายในเมืองไทยแบบดังมาก

Firmax-3” คงไม่ได้ทำให้ใครขาย หรือหน้าพัง จนกระทั่งถูกจับ

ข่าวเอามาจาก หนังสือพิมพ์ ASTVผู้จัดการออนไลน์ [10 พฤศจิกายน 2557 15:57 น.] หัวข้อข่าว "บุกจับครีมรักษาสารพัดโรค “Firmax 3” กลางประชุมขายตรงโคราช เผยครู-จนท.สธ.ตกเป็นเหยื่อเพียบ

ใครอยากอ่านข่าวโดยละเอียดก็ตามลิงก์ไปได้  ข่าวลงหลายที่ เนื้อหาข่าวแทบจะเหมือนกัน หรือเหมือนกันเลย  ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่า ใครเป็นต้นฉบับ และใครเป็นคนลอก

เรามาดูว่า “Firmax-3”  โดนคดีอะไรบ้าง

- 1 ลักลอบนำเข้าเครื่องสำอางที่ไม่ได้จดแจ้งต่อ อย. ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

- 2 ขายเครื่องสำอางที่ตรวจพบสารห้ามใช้ มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

-3 นำเข้าเพื่อขายเครื่องสำอางที่ไม่มีฉลากภาษาไทย ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 30,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

-4 นำเข้ายาโดยไม่ได้รับใบอนุญาต ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี และปรับไม่เกิน 10,000 บาท

-5 ขายยาโดยไม่ได้ขึ้นทะเบียนตำรับยา ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 5,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และ

-6. จำหน่ายอาหารที่แสดงฉลากไม่ถูกต้อง มีโทษปรับไม่เกิน 30,000 บาท”

จะเห็นว่า ทั้ง 6 ข้อนั้น ไม่ได้เกี่ยวกันกับ "เนื้อครีม" “Firmax-3” เลย ยกเว้นข้อ 2  ซึ่งจะกล่าวถึงในข้างหน้า

แสดงว่า การถูกจับในครั้งนี้  เป็นการผิดกฎหมายที่เกี่ยวกับองค์การอาหารและยา (อย.) ไม่ได้เกิดจากการใช้ครีม “Firmax-3” แล้วเกินอันตรายต่อร่างกายและชีวิต

สำหรับประเด็นที่เกี่ยวกับสารต้องห้ามนั้น  ข่าวลงไว้ ดังนี้

สำหรับผลิตภัณฑ์เมื่อตรวจสอบยังพบว่ามีสารห้ามใช้ด้วย คือสารไฮโดรควิโนน และกรดวิตามินเอ ทั้งนี้

......

โดยไฮโดรควิโนนจะทำให้เกิดระคายเคือง เกิดจุดด่างขาวที่หน้า ผิวหน้าดำ เป็นฝ้าถาวรรักษาไม่หาย

และกรดวิตามินเอทำให้หน้าแดงแสบร้อนรุนแรง เกิดการอักเสบ ผิวหน้าลอกอย่างรุนแรง และเป็นอันตรายต่อทารกในครรภ์

ตรงนี้ ผมคิดว่า "ดร่ามา" มากไปหน่อย 

การที่ "ไฮโดรควิโนน" กับ "กรดวิตามินเอ" จะเกิดผลอันตรายอย่างที่กล่าวมา มันจะต้องมีปริมาณมากพอสมควร 

ไม่ใช่ใช้นิด ใช้หน่อยแล้วจะเกิดผลอย่างนั้นเลย 

แล้ว สาร "ไฮโดรควิโนน" กับ "กรดวิตามินเอ" ที่ว่านั้น ไม่รู้จะมีอยู่ในสินค้าตัวไหน

มาดูข่าวจากสำนักสารนิเทศ สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุขกันดีกว่า เพราะ เป็นหน่วยงานราชการโดยตรง

ในเบื้องต้น อย. กำลังตรวจสอบบุคคลที่นำเข้าผลิตภัณฑ์ Firmax 3 มาจำหน่ายอย่างผิดกฎหมาย

หากเข้าข่ายผลิตภัณฑ์ที่มีวัตถุประสงค์เป็นเครื่องสำอาง จะแจ้งความผิดฐานลักลอบนำเข้าเครื่องสำอาง    ที่ไม่ได้จดแจ้งกับ อย. ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

หรือหากเข้าข่ายผลิตภัณฑ์เป็นยา จะแจ้งความผิดฐานนำเข้ายาโดยไม่ได้รับใบอนุญาต ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี และปรับไม่เกิน 10,000 บาท และขายยาโดยไม่ได้ขึ้นทะเบียนตำรับยา ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 5,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ   

จะเห็นว่า “Firmax-3” ผิดกฎหมายในประเด็น "นำเข้าผลิตภัณฑ์ Firmax 3 มาจำหน่ายอย่างผิดกฎหมาย "  ไม่ใช่ประเด็นที่ว่า “Firmax-3” ทำให้เกิดผลเสียต่อร่างกายและชีวิตประชาชน

ถ้าให้ผมฟันธงเลยว่า  การจับครั้งนี้ "ถูกต้องหรือไม่" และมีการ "โฆษณาเกินจริง" จริงหรือไม่

ผมยืนยันว่า การดำเนินการจับกุมครั้งนี้ถูกต้อง  แต่ใครเป็นคนไปแจ้งให้จับกุมนั้นน่าสงสัย  เพราะ จากการอ่านเฟสบุ้กที่เกี่ยวกับประเด็นนี้ 

ผมพบว่า พวกที่มีสินค้าประเภทเดียวกันแต่ขายสู้ไม่ได้  เข้ามาโจมตี “Firmax-3” กันยกใหญ่

จึงเป็นที่น่าสงสัยว่า  เป็นแผนการการทำลาย “Firmax-3” ของ "บริษัทที่ขายสินค้าแบบเดียวกัน" ใช่หรือไม่

ผมยอมรับการโฆษณาในเฟสบุ้ก "โฆษณาเกินจริง" จริง  แต่ไม่ได้เกิดจากบริษัทของ “Firmax-3” เอง แต่เป็นพวกผู้ขายตรงทั้งหลาย ใส่โฆษณาเข้าไปเอง

ลองมาดูการทำงานของ “Firmax-3” กันก่อนว่ามีการทำงานอย่างไรบ้าง เพื่อจะเปรียบเทียบกับการโฆษณาเกินจริงของพวกขายตรง


การที่จะเข้าใจการทำงานของ “Firmax-3” เราต้องเข้าใจ โกรวธ์ฮอร์โมน (Growth Hormone) ก่อน
ข้อมูลเอามาจากหน้าเว็บ "Growth Hormone คืออะไร ทำหน้าที่อะไร"

Growth Hormone โดยทั่วไปเรียกย่อว่า GH ก็ได้ Growth Hormone เป็นฮอร์โมนหลัก (Master Hormone) ที่ถูกปล่อยออกมาจากต่อมไร้ท่อที่อยู่ใต้สมองส่วนหน้า หรือที่เรียกว่า Pituitary Gland

ฮอร์โมนนี้มีบทบาทที่สำคัญต่อการเจริญเติบโต การเพิ่มความสูง และควบคุมการทำงานของอวัยวะต่างๆ ของร่างกายคนเรา

Growth Hormone จะถูกปล่อยออกมาในเวลาที่หลับสนิท (Deep Sleep) เมื่อคนเราหลับดี ร่างกายได้ซ่อมแซมส่วนสึกหรอ และทำให้มีสุขภาพดี ซึ่ง Growth Hormone ที่หลั่งออกมาในการนอนหลับ หลัง 90 นาทีแรก จะมีคุณภาพดีและเข้มข้นที่สุด

การ นอนมาก และนอนน้อยมีผลต่อการปล่อย Growth Hormone ของร่างกาย ทำให้คนที่มีอายุมากขึ้นจะมีอาการของความชราตามมา เนื่องจากเวลาในการนอนหลับ ค่อยๆ น้อยลง ซึ่งจะเห็นได้จากอาการดังต่อไปนี้

- มีริ้วรอยเพิ่มมากขึ้น
- แก่เร็ว และร่างกายอ่อนแอลง
- ผมหงอก และเส้นเล็กลง
- สายตาเปลี่ยนแปลง (สายตายาวขึ้น และเสื่อมสภาพลง)
- อารมณ์แปรปรวน
- ไม่สบายบ่อย
- มีปัญหาเรื่องกระดูกและข้อ
- กล้ามเนื้อหย่อนยาน
- ไขมันในเลือดสูง
- ระดับน้ำตาลในเลือดสูง (เบาหวาน)
- ความจำเสื่อม
- แผลหายช้า
- ภูมิต้านทานต่ำ
- ความดันโลหิตสูงหรือต่ำ
- เสื่อมสมรรถภาพทางเพศ
- ไขมันตามร่างกายเพิ่มขึ้น ฯลฯ

วิถีชีวิตของคนในแต่ละวัน มีส่วนช่วยกระตุ้นให้ร่างกายปล่อย Growth Hormone ต่างกัน เช่น การออกกำลังกาย, รับประทานอาหารที่มีประโยชน์, พักผ่อนอย่างเพียงพอ จะส่งผลให้ Growth Hormone หลั่งมากขึ้น

แต่ในทางกลับกันการอดนอน ไม่ออกกำลังกาย การตรากตรำทำงานหนักเกินไป การใช้สารเสพติด จะมีผลทำให้การหลั่ง Growth Hormone ทำงานน้อยลง

ถ้าการทำงานของ “Firmax-3” เป็นจริงตามที่นำเสนอกันออกมา ผมก็ว่า “Firmax-3” สามารถทำให้หน้าตาสดใสขึ้น สุขภาพดีขึ้น ฯลฯ

กล่าวคือ ตัวเนื้อครีมบำบัดชีวภาพ “Firmax-3” ไปกระตุ้นการทำงานของ โกรวธ์ฮอร์โมน (Growth Hormone) เมื่อ โกรวธ์ฮอร์โมน (Growth Hormone) ทำงาน ร่างกายก็ดีขึ้น ผิวหนังสดใส อ่อนวัยขึ้น

ร่างกายที่เสื่อมโทรมต่างๆ ก็ทำงานดีขึ้น

การที่ไปโฆษณากันว่า "โรคนั้นหาย โรคนี้หายนั้น"  มันก็อาจจะเป็นจริงที่ว่า คนไข้เหล่านั้น ไปลองใช้ “Firmax-3” แล้วอาการเป็นโรคมันหายไปจริง

แต่การหายของโรคนั้น  ไม่ได้เกิดจาก “Firmax-3” แต่เพียงอย่างเดียวแน่ๆ เพราะ คนไข้นั้น คงจะรักษาด้วย "ยา" สารพัดยา มาเป็นจำนวนมากแล้ว  

ขนาด “Firmax-3” ยังยอมทา ก็คงจะใช้ยามาสารพัดขนานแล้ว

อาการโรคเบาบางลงแล้ว  เกือบจะหายแล้ว หรือว่า “Firmax-3” ไปกระตุ้นอะไรนิดหน่อยก็หายพอดี  คนมันอยากจะขายของก็เลยเอามา "โฆษณาเกินจริง" ไป

การถูกจับไปอย่างนั้น  ก็คงจะเป็นบทเรียนราคาแพงพอสมควร เพราะ คงจะต้องเสียเงินเบี้ยบ้ายรายแทงกันเยอะแน่ งานนี้

ดีไม่ดี บริษัทจะเล่นงานเอาด้วย เพราะทำให้ชื่อเสียงของบริษัทเขาเสียหาย..

สนใจรายละเอียดอื่นๆ อ่านบทความด้านล่างนี้

01-จากใจผู้ผลิตเวชสำอาง  http://firmax-iii.blogspot.com/2014/11/blog-post.html
02-“Firmax-3” ครีมบำบัดทางชีวภาพ  http://firmax-iii.blogspot.com/2014/11/firmax-3.html
03-ส่วนผสมของ “Firmax-3”  http://firmax-iii.blogspot.com/2014/11/firmax-3_13.html
04-“Firmax 3” ดีหรือไม่ดี  http://firmax-iii.blogspot.com/2014/11/firmax-3_17.html
05- “Firmax-3” กับ ซีสต์ของผม  http://firmax-iii.blogspot.com/2014/11/firmax-3_18.html
06-“Firmax-3” กับ ถุงใต้ตาของผม  http://firmax-iii.blogspot.com/2014/11/firmax-3_22.html